ปฏิรูป "ประวัติศาสตร์" คอลัมน์ ใบตองแห้ง

ยอดผู้สมัคร สปช.พุ่งจู๊ดๆ เกิน 3 พัน ด้านการศึกษาสูงสุด นับถึงวันพุธ 224 คน น่าปลื้มใจจัง แสดงว่าเรามีผู้รู้ มีนักการศึกษา ที่อึดอัดคับข้องกับระบบการศึกษาอยู่มากมาย เพียงยังสงสัยว่าอยากปฏิรูปให้เด็กคิดเป็น หรืออยากปฏิรูปให้เด็กอยู่ในโอวาท

ที่สงสัยอีกข้อคือจะเข้ามาปฏิรูป อะไร เพราะใน 3 เดือนนี้กระทรวงศึกษาฯปฏิรูปไปตั้งเยอะแล้ว คสช.เปิดเพลงปลุกใจ กระทรวงศึกษาฯก็ขอไปเปิด หัวหน้า คสช.บ่นว่าตำราเด็ก ป.1 ยากไปท่านยังทำไม่ได้ กระทรวงศึกษาฯก็จะลดเวลาเรียน อ้าว พอท่านบ่นเด็กไทยไม่รู้ประวัติศาสตร์ ก็จะเพิ่มเนื้อหาประวัติศาสตร์ พอท่านประกาศค่านิยม 12 ประการ กระทรวง ศึกษาฯก็ขึ้นเว็บไซต์ให้โรงเรียนดาวน์โหลดสั่งทำป้ายทันใจ

ถ้าสามารถปฏิรูปให้เด็กไทยโตมาเป็นแบบครูใหญ่ฮอกวอตส์ ประเทศนี้คงไม่มีปัญหา

นายก รัฐมนตรีหมาดๆ ท่านพูดถูกว่าเด็กไทยไม่ค่อยรู้ประวัติศาสตร์ ใช่เลยครับ แต่ควรรวมเด็กทุกรุ่นไปถึงรุ่นใกล้ฝั่งหรือใกล้เกษียณ เพราะเราเรียนประวัติศาสตร์ชาติไทยจากเทือกเขาอัลไตถึงกรุงรัตนโกสินทร์แบบ ไม้ท่อนเดียว คนไทยน้อยมากเข้าใจว่า "รัฐชาติไทย" เพิ่งเกิดสมัยรัชกาลที่ 5 นี่เอง เพิ่งมีอาณาเขตแน่นอนมีการปกครองหนึ่งเดียว ก่อนนั้นเรามีทั้งล้านนา ล้านช้าง สุโขทัย นครศรีธรรมราช ปัตตานี รบพุ่งต่อตีบางทีก็เป็นอิสระบางครั้งก็เป็นประเทศราชของกรุงศรีอยุธยา

เอาง่ายๆ ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกับเจ้าพระยาจักรียกทัพไป ตีเมืองเวียงจันทน์ ก็เข้าตีเมืองนครพนมกับเมืองหนองคายก่อน เจ้าพระยาจักรีสั่งตัดหัวลาวเมืองหนองคายทิ้งศพลอยน้ำไปเป็นการข่มขวัญ แต่ทุกวันนี้เราสอนประวัติศาสตร์ยังกะคนหนองคาย นครพนม เชียงใหม่ เชียงราย ศรีสะเกษ ฯลฯ สืบทอดเชื้อสายมาจากกรุงศรีอยุธยาสมัยพระนเรศวร

อ๊ะอ๊ะ พูดอย่างนี้ชวนแบ่งแยกดินแดนหรือ โห ยุคสมัยผ่านไปกี่ชั่วคน มันจบไปนานแล้ว แต่สิ่งที่เราควรเข้าใจคือ "ชาติไทย" และ "ความเป็นไทย" ไม่จำเป็นต้อง "หนึ่งเดียว" โดยไม่มีความแตกต่าง แม้กระทั่งเชื้อสาย มีสักกี่คนเชียวสืบทอดมาจากคนไทยสมัยอยุธยา ส่วนใหญ่ก็เจ๊ก แขก ลาว มอญ พม่า เขมร ขมุ ฯลฯ อพยพหรือถูกกวาดต้อนมาผสมพันธุ์กัน แล้วก็เอาสิ่งดีๆ มาผสมผสานเป็น "ความเป็นไทย" เป็นภาษา เป็นวัฒนธรรม เป็นวิถีชีวิต

ยกตัวอย่าง "ชุดไทย" ที่ภริยาท่านนายกฯ ใส่แล้วงามสง่า เมื่อก่อนผมก็ไม่เคยรู้ จน 2-3 ปีก่อนได้ฟัง อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ บอกว่านี่ไม่ใช่ชุดไทยดั้งเดิม เราเพิ่งดัดแปลงของลาวมา ไม่เชื่อไปดูภาพเจ้าจอมสมัยรัชกาลที่ 5 ผู้หญิงไทยใส่ โจงกระเบน แม่หญิงลาวใส่ผ้าซิ่น จริงแฮะ แต่อะไรดีๆ เราก็ไม่ปฏิเสธ "ความเป็นไทย" จึงไม่ใช่หยุดนิ่ง

ความเป็นชาติคืออะไร คือการที่ประชาชน 70 ล้านคนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยเสมอภาคกัน มีสิทธิประโยชน์ร่วมกันในราชอาณาจักรนี้ จึงเป็นหน้าที่ต้องปกป้องดูแล แม้ในความเป็น "คนไทยด้วยกัน" จะมีความขัดแย้งแตกต่าง หลากหลาย

แต่ประวัติศาสตร์ชาตินิยมที่ปลูกฝังในยุครัฐทหาร ยุคสงครามเย็น กลับใช้ทัศนะความมั่นคงชี้นำ สร้างค่านิยมว่าคนไทยต้องคิดเหมือนกัน ต้องสามัคคีไม่แตกต่าง ผูกขาดความคิดเพื่อรองรับอำนาจรวมศูนย์ ซึ่งเมื่อสังคมพัฒนาไป สู่ประชาธิปไตย สู่โลกาภิวัตน์ ทัศนะนี้ก็สร้างปัญหาจนคนคิดต่างถูกถามว่า "คนไทยหรือเปล่า"

หมอประเวศ วะสี ชี้ว่าอำนาจรวมศูนย์ที่ต้องการให้ "คนไทยเหมือนกัน" ขัดแย้งกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้เกิดขัดแย้งรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตลกร้ายคือคนไทยรักชาติบางคนตะเพิดให้คนมลายูมุสลิมออกไปจาก "แผ่นดินไทย" ทั้งที่เขาอยู่ตรงนั้นก่อนบรรพบุรุษคุณอพยพมาจากมณฑลฮกเกี้ยนหลายร้อยปี

สังคมไทยแตกแยกรุนแรง 8 ปีจนมีรัฐประหาร 2 ครั้ง เพราะเราไม่ยอมรับว่าเราคิดต่างกันได้ แต่คิดต่างไม่ใช่ศัตรู คิดต่างแล้วต้องอยู่ร่วมกันภายใต้กติกาประชาธิปไตย ยอมรับเสียงข้างมาก เคารพเสรีภาพเสียงข้างน้อย

นายทหารบางท่านให้สัมภาษณ์ว่าอยากให้ ประเทศกลับไปเหมือนสมัยท่านสมัยผมเป็นเด็ก คนไทยรักกัน ไม่เคยเห็นความแตกแยก ท่านปรารถนาดี แต่ควรรับความจริงว่าเป็นไปไม่ได้แล้ว เศรษฐกิจประเทศเปลี่ยนจากเกษตรเป็นอุตสาห กรรม มีความขัดแย้งเรื่องสิทธิประโยชน์ระหว่างคนต่างกลุ่มต่างอาชีพต่างชนชั้น ขณะที่เทคโนโลยีก็ทำให้ความรับรู้พัฒนาไป มนุษย์สมัยใหม่มีความเป็นปัจเจก ต้องการ My Way เราไม่สามารถทำให้คนกลับไปคิดเหมือนกัน

ฉะนั้นถ้าจะสอนประวัติศาสตร์ใหม่ ก็ต้องสอนให้เด็กยอมรับความแตกต่าง พร้อมกับเข้าใจว่าเราต้องอยู่ร่วมกัน เช่นเดียวกับที่มาของบรรพบุรุษที่หลากหลายแต่รวมเป็นชาติเดียวกันได้