สานต่อเจตนา “สมคิด ด้วงเงิน” “ครูช่างทองลงหิน”...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย!!/คอลัมน์ ส่องฅนคุณภาพ

มื่อเอ่ยถึงคำว่า “ทองลงหิน” หลายคนคงจะทำหน้างง สงสัยว่ามันคืออะไร เพราะนับวันคนไทยมักจะหลงลืมรากเหง้าศิลปหัตถกรรมของตนเองซึ่งมีการสืบทอดกันมาอย่างช้านานโดยได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นแต่กำลังจะเลือนหายไปในยุคดิจิตอล ณ กาลปัจจุบัน

แต่หากจะมีใครสักคนที่ยังคงเดินหน้าถ่ายทอดงานศิลปหัตถกรรมนี้ชื่อของ “สมคิด ด้วงเงิน” คงติดอยู่ในอันดับต้นๆ เป็นแน่แท้

สานต่อเจตนา “สมคิด ด้วงเงิน” “ครูช่างทองลงหิน”...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย!!/คอลัมน์ ส่องฅนคุณภาพ
นายสมคิด ด้วงเงิน

คุณลุงสมคิด เล่าถึงจุดเริ่มต้นของวิชาชีพนี้ ว่า พ่อส่งมาฝึกกับเพื่อนของพ่อ ซึ่งมีโรงงานผลิตเครื่องทองลงหินตั้งอยู่ในชุมชนประดิษฐ์โทรการ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 14 ปี เพราะอยู่ที่บ้านก็มีแต่ทำนา ซึ่งที่บ้านมีนาแค่ 20 กว่าไร่ ขณะที่มีพี่น้องถึง 7 คน ตนเองเป็นคนที่ 4 ซึ่งพี่ๆ ก็ทำนากันหมดแล้ว ไม่มีอะไรจะทำก็เลยขอพ่อมาทำงานอย่างอื่นแทน พ่อก็เลยส่งมาที่นี่ก็ทำจนอายุครบบวชจึงกลับไปบวชได้ 1 พรรษาก็สึกออกมาหาเถ้าแก่เพื่อขอเถ้าแก่ออกไปประกอบอาชีพนี่เอง แต่ก็ยังทำอยู่ในโรงงานของเถ้าแก่ก่อนโดยขอเช่าเครื่องมือเถ้าแก่ทำและพอทำไปได้ 3 เดือนก็ออกมาหาที่อื่นอยู่ ระหกระเหินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ซื้อที่ขนาด 12 ตารางวา เป็นของตนเองในราคา 15,000 บาท มีคนงานช่วงแรก 2-3 คนจนขยายเป็น 10 คน และซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อขยายขนาดโรงงานออกไปเป็น 20 ตารางวาท้ายที่สุดมีที่ขนาด 59 ตารางวาเป็นของตนเองจากอาชีพนี้เพราะผลิตภัณฑ์ทองลงหินไม่เพียงแต่ขายในประเทศแต่ยังเป็นสินค้าส่งออกไปขายยังต่างประเทศอีกด้วย

“ตอนมาทำครั้งแรกก็ยากนะ กว่าจะสามารถนำชิ้นงานที่เราทำขึ้นมาออกตลาดได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณปีนึง ส่วนมากก็ครูพักลักจำพัฒนามาเป็นแบบของเราซึ่งเราก็พัฒนาแบบมาเรื่อยๆ เพราะรูปแบบของผลิตภัณฑ์ต้องคิดหาหนทางให้มัน ตอนแรกก็เอารูปแบบที่ลูกค้าต้องการทำตามเขา ตอนหลังมีออกแบบของเราเอง ส่วนใหญ่จะเอาแบบจากลูกค้ามากกว่า เขาจะส่งตัวอย่างมาให้ดูเป็นกระดาษรูปช้อน มีด ส้อม แล้วเราก็ไปแกะแบบตามต้องการแล้วส่งไปให้ลูกค้าดู ถ้าเขาโอเคก็จะส่งไปทำตั้งแต่นำทองแดงกับดีบุกไปหลอมด้วยเตาน้ำมัน แล้วเทลงในแบบดิน เมื่อแข็งตัวก็นำไปปั๊มในพิมพ์เหล็ก จนไปถึงขั้นตอนตัดตกแต่งซึ่งในขั้นตอนสุดท้ายคือการทำด้ามและขัดเงา ซึ่งต้องมีความประณีตในแต่ละขั้นตอนจึงจะได้ชิ้นงานที่สวยงามและมีคุณภาพโดยลายที่คิดขึ้นมาเองคือลายเทพพนม”

สานต่อเจตนา “สมคิด ด้วงเงิน” “ครูช่างทองลงหิน”...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย!!/คอลัมน์ ส่องฅนคุณภาพ
ลายเทพพนม

คุณลุงสมคิด บอกด้วยว่า นอกจากประดิษฐ์คิดค้นลวดลายแล้ว ยังต้องพัฒนาเครื่องมือในการทำทองลงหินอีกด้วย เพื่อช่วยลดขั้นตอนในการทำ เช่น ใช้อุปกรณ์ตัดแทนคีมที่จะทำให้มือพองเมื่อใช้ไปนานๆ จากเตาถ่านก็ประยุกต์มาใช้เตาแก๊สแทนเพื่อให้ใช้ได้ง่ายขึ้น และประหยัดขึ้นอีกด้วย รวมถึงยังได้คิดหาเทคนิคการทำใหม่ๆ อีกด้วย เช่น การเข้าด้ามของไม้ที่ใช้เทคนิคการเจาะบริเวณหัวไม้และปลายไม้เพื่อตอกหมุดยึดตัวด้ามทำให้ไม้สนิทแน่นซึ่งสมัยโบราณเขาจะใช้วิธีเจาะชอนเข้าไปในเนื้อไม้ทำให้ตอกหมุดยาก ตลอดจนกำลังวางแผนที่จะทำเครื่องขัดช้อนโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมเพื่อลดเวลาโดยให้อาจารย์จาก ม.ศิลปากร ช่วยคิดค้น

“จุดเด่นของทองลงหินคือความสวยงาม คล้ายช้อนทอง น้องๆทองเค เวลาขัดใหม่ๆ จะแวววาวมาก ดูแล้วมีคุณค่า ส่วนความแตกต่างของทองลงหินของที่นี่คือ ความสวยงาม ความประณีต คุณภาพของมัน ต้องดูงานให้เรียบร้อยอย่าเห็นแก่ได้เพราะเห็นว่าขายดีไม่ใช่ชุ่ยๆ ไป ต้องนึกถึงอกเขาอกเรา นึกถึงถ้าเราเป็นผู้บริโภคเราก็ต้องการซื้อของดีๆ ไม่เช่นนั้นมันจะมีปัญหา เพราะลูกค้าคือผู้มีพระคุณนี่คือหลักการทำงาน”

...และด้วยความตั้งมั่นที่จะอนุรักษ์การทำทองลงหินอย่างแน่วแน่จากความเพียรพยายามในการคิดค้น พัฒนาต่างๆ ตลอดจนเป็นครูให้กับคนในชุมชน เป็นวิทยากรถ่ายทอดงานหัตถกรรมทองลงหินให้กับนักเรียน นักศึกษา ในวันนี้คุณลุงสมคิด ในวัย 71 ปี จึงได้รับรางวัลเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติครูช่าง จากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป.ในงานเทศกาลหัตถศิลป์ไทยเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี อันเป็นรางวัลแสดงถึงความมุ่งมั่นในการที่จะสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่สืบไป

คุณครูสมคิด ยังบอกด้วยว่า ในอนาคตอันใกล้นี้มีโครงการจะทำโรงงานทองลงหินให้ได้คุณภาพมาตรฐานทั้งความปลอดภัยและอาชีวะอนามัยของผู้ทำงาน ที่สำคัญได้มีการจดทะเบียนตั้งบริษัท บรอนซ์คราฟ จำกัด ขึ้นก็จะเป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้วิชาชีพนี่อยู่ได้ มีคนสานต่ออาชีพช่างทองลงหินต่อไป ขณะเดียวกันก็อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแลภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ยังเหลืออยู่และสามารถประกอบเป็นอาชีพได้เพราะหากภาครัฐไม่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนแล้วงานศิลปหัตถกรรมทองลงหินก็จะล้มหายไปไม่มีใครต่อยอดในที่สุด

ความเห็น

รูปภาพของ 0838354783
นางณีรมล สุทธิพรรณพงศ์
เห็นด้วยค่ะ ควรสืบสานต่อและอนุรักษ์ไว้ตลอดไปค่ะ